ความหมายเกี่ยวกับการพัสดุ
การซื้อ-การจ้าง
คำถาม-ข้อสงสัย
บทกำหนดโทษ
ความผิดเกี่ยวกับการพัสดุ
จรรยาบรรณผู้ปฏิบัติงาน
บุคลากร
แบบฟอร์ม
งานการเงินและพัสดุ

ซื้อจ้าง ครุภัณฑ์

ขั้นตอนใช้แบบเดียวกันกับ การซื้อจ้างวัสดุ แตกต่างดังนี้

1. ต้องมีใบเสนอราคา 2 ใบ ตลอด (ร้านที่ซื้อจ้าง และร้านคู่เทียบ)
2. มีเอกสารทางการค้า เช่น ใบภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบจดทะเบียนพาณิชย์ สำเนาบัตรประชาชน ฯลฯ
3. ชื่อครุภัณฑ์ จำนวนหน่วย ต้อง ถูกต้องตามงบประมาณที่ตั้งไว้
4. มีรายละเอียด (Specification) แค็ตตาล็อคของครุภัณฑ์
5. ใบเบิกเป็นใบเบิกครุภัณฑ์ (กระดาษสีเขียว)

วิธีซื้อจ้าง วัสดุ ครุภัณฑ์ แบบตกลงราคา (ราคาไม่เกิน 100,000 บาท)

ซื้อจ้าง วัสดุ

ขั้นตอนการซื้อจ้างวัสดุ
1. วัสดุที่จะซื้อจ้างมีราคาเกิน 5,000 บาท ขึ้นไป ให้ภาควิชาหรือผู้วิจัย ทำบันทึกข้อความ ขออนุมัติ ซื้อจ้างวัสดุโดยรับรองว่าวัสดุที่ซื้อจ้างนั้น เป็นวัสดุที่ใช้แล้วย่อมสิ้นเปลืองไป หมดไปเอง ไม่คงสภาพเดิม และมีอายุการใช้งานระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เพราะการซื้อจ้างที่มีราคาต่อหน่วยเกิน 5,000 บาท ขึ้นไป เป็นครุภัณฑ์ หากไม่ได้ตั้งงบประมาณครุภัณฑ์ไว้ จะซื้อจ้างมิได้ (ตามตัวอย่างที่ 1)
2. ภาควิชา หรือผู้วิจัย เขียนหรือพิมพ์ เพื่อประมาณราคาซื้อจ้าง ดังนี้
- เงินรายได้ ใช้กับใบเสนอซื้อ/จ้าง (ตามตัวอย่างที่ 2(1) และ 2(2))
- เงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้กับใบบันทึกข้อความถึงเจ้าหน้าที่พัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 3(1) และ3(2))

หมายเหตุ :
- กรณี การจัดซื้อ/จัดจ้าง มีรายการวัสดุเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศ ให้แปล เป็นภาษาไทย กำกับในใบเสนอซื้อ/จ้าง (แบบฟอร์มเงินรายได้) และในใบบันทึกข้อความขอดำเนินการ จัดซื้อ/จัดจ้าง (แบบฟอร์มเงินงบประมาณแผ่นดิน)
กรณี จ้างถ่ายเอกสาร และเข้าเล่ม ให้ระบุจำนวนหน้า/แผ่น ที่ต้องการถ่ายเอกสาร และระบุจำนวนเล่มที่ต้องการเข้าเล่ม โดยแยกเป็น 2 รายการ เช่น 1) ค่าถ่ายเอกสาร 1,000 แผ่นๆ ละ 0.50 บาท เป็นเงิน 500 บาท 2) ค่าเข้าเล่ม 10 เล่มๆ ละ 15 บาท เป็นเงิน 150 บาท
- กรณี จ้างพิมพ์รายงาน ให้ระบุจำนวนหน้า/แผ่น ที่ต้องการจ้างพิมพ์ เช่น ค่าจ้างพิมพ์ รายงาน 50 แผ่นๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท

3. เมื่อคณบดีอนุมัติตามข้อ 2 แล้ว ภาควิชา หรือผู้วิจัย ดำเนินการสืบราคาวัสดุที่จะซื้อจ้าง
- ใบเสนอราคา วงเงิน ไม่ถึง 5,000 บาท ใช้ร้านผู้จำหน่าย 1 ใบ ทั้งนี้ต้องลงนามและประทับ ตรายาง หากไม่มีตรายางให้รับรองว่าไม่มีตรายาง
- ใบเสนอราคา วงเงิน 5,000 บาท ขึ้นไป ใช้ร้านผู้จำหน่าย 1 ใบ และร้านคู่เทียบ 1 ใบ ทั้งนี้ จะต้องลงนามและประทับตรายางร้านด้วย หากไม่มีให้รับรองว่าไม่มีตรายาง
- ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี แนบเรื่องเพื่ออนุมัติซื้อจ้างได้ (กรณีมีเงินสำรองจ่าย)
- ใบสำคัญรับเงิน วงเงิน 500 บาทขึ้นไป ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนา บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย

4. ฝ่ายพัสดุเสนอคณบดีเพื่อขออนุมัติซื้อจ้าง
- เงินรายได้ ใช้ใบขอซื้อ/จ้าง (ตามตัวอย่างที่ 4(1) และ 4(2))
- เงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้กับหนังสือขออนุมัติซื้อหรือจ้าง (ตามตัวอย่างที่ 4(3) และ4(4)) กรณี จ้างซ่อมครุภัณฑ์ ให้ใช้แบบฟอร์มหนังสือขออนุมัติจ้างซ่อมครุภัณฑ์ (ตามตัวอย่างที่ 5)

หมายเหต
- วัสดุจะต้องเป็นประเภทเดียวกัน พร้อมแจ้งรายชื่อกรรมการตรวจรับ
- วงเงินซื้อจ้าง ไม่เกิน 10,000 บาท ให้มีกรรมการตรวจรับ 1 คน - วงเงินซื้อจ้าง 10,000 บาทขึ้นไป ให้มีกรรมการตรวจรับ 3 คน

5. เมื่อคณบดีอนุมัติตามข้อที่ 4 ฝ่ายพัสดุเช็ควงเงิน
5.1 วงเงินซื้อ 10,000 บาทขึ้นไป ให้ออกใบสั่งซื้อ
5.2 วงเงินจ้าง 5,000 บาทขึ้นไป ให้ออกใบสั่งจ้าง และให้ หจก./บริษัท/ร้าน ปิดอากรแสตมป์ โดยราคาจ้าง 1,000 บาท ต่อ อากรแสตมป์ 1 บาท เช่น ค่าจ้างซ่อมเครื่องปรับอากาศ 8,200 บาท ให้ปิดอากรแสตมป์ จำนวน 9 บาท - เงินรายได้ ใช้ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง (ตามตัวอย่างที่ 6(1)) - เงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง (ตามตัวอย่างที่ 6(2))

6. ผู้จำหน่ายส่งของโดยออกเป็นใบส่งของ/ใบกำกับภาษี ภาควิชา หรือผู้วิจัยรับของ ให้กรรมการ ตรวจรับพัสดุ ฝ่ายพัสดุตรวจนับวัสดุโดยพร้อมกัน และกรรมการตรวจรับพัสดุลงนามในใบตรวจรับพัสดุ
- เงินรายได้ ใช้ใบตรวจรับพัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 7(1) และ7(2))
- เงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้ใบตรวจรับพัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 7(3))

หมายเหตุ : กรณี ใช้ใบเสร็จรับเงิน และอ้างถึงใบส่งของ ให้กรรมการตรวจรับพัสดุลงนามด้านหลัง ใบส่งของ ซึ่งมีรายการวัสดุนั้น

7. ภาควิชา หรือผู้วิจัย ขอเบิกวัสดุไปใช้ในภาควิชา/งานวิจัย
- เงินรายได้ ใช้ใบเบิกวัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 8(1) และ8(2))
- เงินงบประมาณแผ่นดิน ใช้ใบเบิกวัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 8(3))

8. ภาควิชา หรือผู้วิจัย ลงบัญชีแยกประเภทแต่ละชนิด (ตามตัวอย่างที่ 9)

9. ภาควิชา หรือผู้วิจัย จัดทำสมุดเบิกจ่ายวัสดุ (ตามตัวอย่างที่ 10)

10. กรณีจ้างซ่อมครุภัณฑ์ หรือซื้อวัสดุใส่ในครุภัณฑ์ เพื่อปรับปรุง หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของครุภัณฑ์ ให้ภาควิชาตรวจเช็คประวัติการซ่อมครุภัณฑ์ ดังนี้
- กรณี ครุภัณฑ์ที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2539 ลงมา ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบครุภัณฑ์ลงประวัติ ในส่วนของรายการที่ขอให้ตรวจสอบ และส่งให้งานพัสดุมหาวิทยาลัยฯ ตรวจเช็คประวัติการซ่อม ครุภัณฑ์ โดยส่งผ่านงานพัสดุคณะฯ (แบบฟอร์ม 11)
- กรณี ครุภัณฑ์ที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2540 ขึ้นไป ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบครุภัณฑ์ ลงประวัติครุภัณฑ์นั้น ในส่วนของรายการที่ขอให้ตรวจสอบ และตรวจเช็คประวัติการซ่อมครุภัณฑ์ (แบบฟอร์ม 11)

หมายเหตุ : แบบฟอร์มของภาควิชา และผู้วิจัย มีรูปแบบเดียวกัน แต่แตกต่างเรื่องแผนงาน กองทุน งาน หมวดรายจ่าย รหัส ซื้อจ้าง ครุภัณฑ์ ขั้นตอนใช้แบบเดียวกันกับ การซื้อจ้างวัสดุ แตกต่างดังนี้

1. ต้องมีใบเสนอราคา 2 ใบ ตลอด (ร้านที่ซื้อจ้าง และร้านคู่เทียบ)
2. มีเอกสารทางการค้า เช่น ใบภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบจดทะเบียนพาณิชย์ สำเนาบัตรประชาชน ฯลฯ
3. ชื่อครุภัณฑ์ จำนวนหน่วย ต้อง ถูกต้องตามงบประมาณที่ตั้งไว้
4. มีรายละเอียด (Specification) แค็ตตาล็อคของครุภัณฑ์
5. ใบเบิกเป็นใบเบิกครุภัณฑ์ (กระดาษสีเขียว)

วิธีซื้อจ้าง วัสดุ ครุภัณฑ์ แบบเปิดซอง

แบบสอบราคา ราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
แบบประกวดราคา ราคาเกิน 2,000,000 บาท

1. ภาควิชา หรือผู้วิจัย กรอกแบบฟอร์มขอเปิดซอง เสนอชื่อกรรมการ (ตามตัวอย่างที่ 1.12 ภาคผนวก ข)
2. ภาควิชา หรือผู้วิจัย จัดทำรายละเอียด (Specification) วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่จะเปิดซอง เสนอคณบดีลงนาม กำกับ (กรณีเป็นครุภัณฑ์ ชื่อรายการ และจำนวนหน่วย ถูกต้องตรงตามงบประมาณที่ได้รับ)
3. ภาควิชา หรือผู้วิจัย สำเนารายละเอียด (Specification) วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่คณบดีลงนามแล้ว อย่างน้อย 70 ชุด ส่งงานคลังและพัสดุมหาวิทยาลัย เพื่อออกประกาศสอบราคา ประกวดราคา
4. รอคำสั่งการแต่งตั้งกรรมการ

การแบ่งซื้อ หรือ แบ่งจ้าง โดยลดวงเงินที่จะซื้อ หรือ จ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด หรือ เพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป จะกระทำมิได้ (ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 22)

วิธีซื้อจ้าง วัสดุ ครุภัณฑ์

แบบวิธีพิเศษ (ราคามากกว่า 100,000 บาท)

การซื้อแบบวิธีพิเศษ ภาควิชา/ผู้วิจัย เสนอบันทึกข้อความถึงคณบดี จากนั้นคณบดีพิจารณาเสนอ อธิการบดี เพื่อขอ อนุมัติ ซึ่งต้องมีเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
1. เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ
2. เร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายแก่ราชการ
3. ใช้ในราชการลับ
4. ต้องการใช้พัสดุเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม (Repeat Order)
5. ซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ
6. เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็น การเฉพาะ ซึ่งหมายความรวมถึงอะไหล่รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรคที่ไม่ต้องซื้อตามชื่อสามัญ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
7. เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง
8. ซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

การจ้างแบบวิธีพิเศษ

ภาควิชา/ผู้วิจัย เสนอบันทึกข้อความถึงคณบดี จากนั้นคณบดีพิจารณาเสนออธิการบดี เพื่อขออนุมัติ ซึ่งต้องมีเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
1. เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ
2. จ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้
3. เร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายแก่ราชการ 4. เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของทางราชการ
5. จ้างเพิ่มในสถานการ์ณที่จำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้อง จ้างเพิ่ม (Repeat Order)
6. จ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

วีธีซื้อจ้าง วัสดุ ครุภัณฑ์ แบบกรณีพิเศษ

เป็นการซื้อจ้างระหว่าง ส่วนราชการ กับส่วนราชการ

กรรมการ

กรรมการในการซื้อจ้างแต่ละครั้ง มีดังนี้
1. คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา
2. คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา
3. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
4. คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
5. คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ
6. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
7. คณะกรรมการตรวจการจ้าง

คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยต้องเป็นข้าราชการระดับ 3 ขึ้นไป การซื้อจ้างวงเงิน 10,000 บาท ขึ้นไป กรรมการ 3 คน เป็นข้าราชการระดับ 3 ขึ้นไป การซื้อจ้างวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท กรรมการ 1 คน เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ

 



งานการเงินและพัสดุ ห้อง SC1-101
โทรศัพท์ 0-5526-1024 ต่อ 3125-26 โทรสาร 0-5526-1025
อาคารบริหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร