พระที่นั่งวิมานเมฆ

   
“...กำลังเห่อพระที่นั่งวิมานเมฆนี่ เพราะว่าเป็นไม้สักทองทั้งหลัง... ทีแรกยังเป็นที่เก็บของเต็ม เป็นไม้สักทองทั้งหลัง ที่ญี่ปุ่นว่าใหญ่แล้วที่โบสถ์ไม้สักญี่ปุ่นที่ว่าใหญ่ที่สุดในโลกเป็นรองที่นี่...


   
ในมหามงคลสมัยที่จะสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์และพระบรมราชจักรีวงศ์ ๒๐๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสำรวจพบว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งเป็นพระที่นั่งสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังยังอยู่ในสภาพดี มีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์และศิลปวัตถุของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซ่อมรักษา เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์เฉลิมพระกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าหัว และเป็นสมบัติวัฒนธรรมของชาติสืบไป สำนักพระราชวังได้รับสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการดำเนินการและประสานงานการซ่อมพระที่นั่งวิมานเมฆให้แล้วเสร็จเรียบร้อยเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงาน     “สองร้อยปีแห่งสายสัมพันธ์” สำหรับแขกชาวต่างประเทศที่จะมาร่วมงานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้น ณ พระที่นั่งวิมารเมฆ ในวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๔

   
ก่อนถึงวันงานสองร้อยปีแห่งสายสัมพันธ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะนักข่าวหญิง สมาคมสตรีจังหวัดต่างๆ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมจังหวัดต่างๆ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ทรงเล่าพระราชทานว่า
    “...เหตุที่ฉันขอพระราชทานซ่อมแล้วจะให้เป็นพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ เพราะว่าของของพระพุทธเจ้าหลวงนี่ท่านมีมากมายเหลือเกิน ที่เมื่อได้ไปต่างประเทศ ได้ไปดูตามพิพิธภัณฑสถานทั้งหลายจะเห็นได้ว่าของพระพุทธเจ้าหลวงนี่ไม่แพ้เลย แสดงว่าท่านไม่ใช่สักแต่ว่ามีเงินซื้อของ ท่านรู้ด้วยว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี คือทรงทราบถึงคุณภาพ แล้วก็คุณค่า แล้วก็รสนิยมของชาวต่างประเทศด้วยเหตุฉะนั้น คิดว่าการที่เมืองไทยไม่ต้องเป็นเมืองขึ้นนี่ เห็นจะเป็นทางด้านจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เพราะคนเรานี่สามารถพูดกับชาติอื่นเข้าใจในความคิดเดียวกันกับเขา แล้วก็รู้จักวัฒนธรรมประเพณีที่เขาถือว่าเหนือ นี่ถึงเราจะผิวเหลือง แต่เราก็พูดภาษาเขาได้ แล้วก็รู้ว่าดนตรีของเขานี่อะไรเป็นอะไร แล้วก็รู้ถึงศิลปะต่างๆ การวาดเขียนการปั้นนี่ การรู้เท่าทันกันทำให้เป็นการยากสำหรับชาติที่เจริญที่จะยึดครอง แล้วอ้างว่าเพราะว่าสงสารประชาชนต้องล้าหลังอะไรอย่างนี้คิดว่าอันนี้สำคัญ จะเห็นได้ว่า จะมีจดหมายเหตุของเจ้าชายสวีเดน พระราชโอรสของคิงของสวีเดนมาที่เมืองไทยนี่ แล้วมาเห็นมาได้เฝ้าพระพุทธเจ้าหลวง บอกว่าทีแรกก็นึกว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินผิวเหลืออะไรธรรมดา แต่มาพบมาเห็นแล้วว่า รู้จักคือการรับรองของฝรั่ง เรียกประเพณีของเขานี่รู้จักหมด คือเท่าเทียมแล้วทันกันเขาก็เลยรู้สึกว่าชื่นชม ทีนี่ตอนนี้อีกนะ ตอนนี้ต่างประเทศนิยมไม้มาก เพราะว่าไม้นี่หายากเข้าทุกที แล้วนี่เป็นไม้สักซึ่งเป็นผลผลิตในเมืองไทยแท้ๆ เป็นของไทยแท้ๆ แล้วใหญ่เป็นที่หนึ่งของโลก ใหญ่มากทีเดียว เพราะว่าไม่เคยเห็นพิพิธภัณฑ์หรือตึกอะไรที่ไหนที่รับเสด็จที่จะเป็นไม้ทั้งหลัง แล้วที่ใหญ่โดมโหฬารอย่างนี้ ก็คิดว่าอาจจะนำเงินเข้ามาสู่ประเทศได้"

    โบสถ์ไม้ไม้สักญี่ปุ่นใหญ่ที่สุดในโลกที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับสั่งถึง คือ วิหารวัดโทไดจิ เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น เป็นอาคารไม้สูง ๑๕๗ ฟุต วิหารด้านหน้ากว้าง ๑๘๘ ฟุต ด้านข้างกว้าง ๑๖๖ ฟุต สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๒๘๘ ภายในประดิษฐานพระไวโรจนะพุทธเจ้าสำริดปางสมาธิ สูง ๕๓ ฟุตครึ่ง

   
ถ้าเทียบกันแล้วพระที่นั่งวิมานเมฆได้เปรียบในด้านความยาว และ วิหารของญี่ปุ่นได้เปรียบในด้านความสูง
เริ่มต้นที่วังสวนดุสิต
 
  
หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากประพาสทวีปยุโรปใน พ.ศ. ๒๔๔๐ แล้ว ทรงพระราชดำริว่าในฤดูร้อน พระบรมมหาราชวังร้อนจัดเพราะมีตึกบังอยู่โดยรอบ ลมเดินไม่สะดวกกอปรด้วยพระองค์มีพระราชอัธยาศัยโปรดทรงพระดำเนิน ในระยะทางที่พอสมควรแก่พระกำลัง เป็นที่ทรงสบาย ถ้าประทับอยู่บนพระที่นั่ง ไม่ได้ทรงพระดำเนิน ก็ไม่ใคร่ทรงสบาย ทำให้ต้องเสด็จประพาสหัวเมืองเพื่อให้ทรงสำราญพระราชอิริยาบถเนืองๆ จึงทรงพระราชดำรจะให้มีที่ประทับพักร้อน และทรงพระดำเนินในกรุงเทพฯ ให้เป็นการสะดวกได้ตามพระราชประสงค์ทุกเมื่อ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ซื้อที่สวนและท้องทุ่งนา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมกับคลองสามเสน ด้านตะวันออกจดทางรถไฟ ด้วยเงินพระคลังข้างที่ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๑ แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตัดถนน ขุดคลอง ทำสะพาน และสร้างพระราชอุทยาน ปลูกไม้ดอก ไม้ผล ไม้ยืนต้น และสร้างพลับพลาที่ประทับแรม ตลอดจนอาคารสถานที่ต่างๆ แล้วพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต” และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกชื่อประทับว่า “วังสวนดุสิต”

   
การสร้างวังสวนดุสิตเป็นการขยายพระนครออกไปด้วย โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตัดถนนราชดำเนินจากพระบรมมหาราชวังไปจดสวนดุสิต แล้วปลูกต้นไม้ตามแนวถนนให้ความร่มรื่นแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมา เมื่อสวนดุสิตสามารถติดต่อกับภายในพระนครได้สะดวก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ วังสวนดุสิตเนืองๆ

       ตัวอย่างโครงการ

พระบรมราชินูปภัมภ์ด้านนาฎศิลป์และดนตรีไทย
ความสนพระราชหฤทัยด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต
พระที่นั่งวิมานเมฆ


ผลงานการพัฒนาเว็บไซต์หัวข้อ "พระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ"
เป็นชิ้นงานในการประกวดพัฒนาเว็บไซต์ในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
สนับสนุนขนาดหน้าจอ 1024 x 768 pixels , Txet Size Medium