การศึกษาพืชวงศ์ขิง (Zingiberaceae) ในประเทศไทย

พวงเพ็ญ ศิริรักษ์

Abstract


พรรณพืชวงศ์ขิงเป็นที่รู้จักและได้นำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์เป็นเวลาช้านาน
มาแล้ว โดยนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือ เป็นเครื่องเทศ เช่น ขิง (Zingiber officinale) ข่า (Alpinia
galanga) กระชาย (Boesenbergia rotunda) กระวาน (Amomum testaceum) ขมิ้น (Curcuma longa)
นำมาใช้เป็นสมุนไพร เช่น ว่านชักมดลูก (Curcuma zanthorhiza) มหาหงส์ (Hedychium coronarium)
และนำมาใช้เป็นไม้ประดับ เช่นดาหลา (Etlingera elatior) และปทุมมา (Curcuma alismatifolia) เป็น
ต้น วงศ์ขิงประกอบด้วยชนิดพืชที่มีความหลากหลายสูงนับว่าเป็นวงศ์พืชที่ใหญ่วงศ์หนึ่ง คาดว่ามีอยู่
ในโลกประมาณ 1,500 ชนิด ูมิประเทศในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์สำหรับพืชวงศ์ขิงเป็นอย่างมาก สำหรับประเทศไทยคาดว่าจะพบได้ประมาณ
300 ชนิด พืชที่อยู่ในวงศ์ขิงมีลักษณะเด่นคือ เป็นพืชล้มลุกหลายฤดู มีลำต้นใต้ดินแบบไรโซมหรือ
เหง้า และมีกลิ่นเฉพาะซึ่งเกิดจากน้ำมันหอมระเหยที่เป็นต่อมน้ำมันอยู่ายในเซลล์ คนไทยส่วนใหญ่
จะคุ้นเคยกับกลิ่นขิง ข่า กระชาย ขมิ้น-กระเจียวที่มักพบอยู่ในชีวิตประจำวัน จึงอาจแยกพืชวงศ์ขิงได้
ไม่ยากนักในเบื้องต้นจากลักษณะดังกล่าว โดยที่ยังไม่ต้องพิจารณาโครงสร้างของดอกที่นับว่ามี
วิวัฒนาการสูง เช่นมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของโครงสร้างดอก หรือมีโครงสร้างบางส่วนหายไป เป็น
ต้น ส่วนการระบุชนิด (species) ของพืชวงศ์ขิงนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากพืชวงศ์นี้มีความแปรผันสูง
แต่ต้องตระหนักว่าชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชนั้นมีความสำคัญ และจำเป็นในการใช้สื่อสารกันในระดับ
สากลที่จะไม่เกิดความสับสน และมีความแม่นยำในการนำพืชใดๆ มาใช้ประโยชน์ นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง
ที่นักพฤกษศาสตร์ต่างพยายามศึกษาหาเครื่องมือการจัดจำแนกและนำไปสู่การตรวจสอบชื่อ
วิทยาศาสตร์ของพืชให้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำในที่สุด

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.